ด้วยเห็นเป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับของสมาคม ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2526 และเพื่อให้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสมาคมขยายขอบข่ายกว้างขวางยิ่งขึ้น นายกสมาคมสนุ้กเกอร์แห่งประเทศไทยอาศัยอำนาจตามมติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญของสมาคม เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2531 ณ ภัตตาคารจีน ถนนสารสิน กรุงเทพฯ จึงวางข้อบังคับไว้ต่อไปนี้
ข้อ 1. ข้อบังคับนี้ให้เรียกว่า " ข้อบังคับสมาคมสนุ้กเกอร์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2531"
ข้อ 2. ให้ยกเลิกข้อบังคับสมาคมสนุ้กเกอร์และบิลเลียดแห่งประเทศไทย ฉบับแรกที่ได้จดทะเบียนไว้เมื่อตอนจัดตั้งสมาคม และให้ใช้ข้อบังคับฉบับนี้แทนต่อไป
หมวดที่ 1 บทความทั่วไป
ข้อ 3. สมาคมนี้ชื่อว่า "สมาคมสนุ้กเกอร์แห่งประเทศไทย" ใช้อักษรย่อว่า "สสท" และเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "THE SNOOKER ASSOCIATION OF THAILAND" ใช้อักษรย่อว่า "TSAT"
ข้อ 4. เครื่องหมายและตราประทับของสมาคมเป็นรูป " ปลายคิวจรดที่ลูกสนุ้กเกอร์สีขาวซึ่งอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเขียว ด้านบนของรูปมีรูปธงไตรรงค์ด้านล่างมีอักษรภาษาอังกฤษ "THAILAND" สีเขียว
ข้อ 5. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่เลขที่ 56 อาคารจงกลณี ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10500
ข้อ 6. วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ
- เป็นศูนย์กลางดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาสนุ้กเกอร์ภายในประเทศ และร่วมมือกับองค์กรกีฬาสนุ้กเกอร์ในต่างประเทศ เพื่อยกระดับการจัดการด้านสถานกีฬา อุปกรณ์กีฬา การตัดสิน การฝึกซ้อม การแข่งขัน และคุณภาพของนักกีฬาไทยให้ได้มาตรฐานสากล
- ส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมกีฬาสนุ้กเกอร์ด้วยการเล่น การแสดง การแข่งขัน รวมทั้งดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จนถึงระดับชาติ
- สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ เพื่อการวิจัยแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ในทางวิชาการ ตลอดจนข่าวสารอันเกี่ยวกับการกีฬาของสมาคม
- ไม่ดำเนินการใดๆ อันอาจเป็นภัยต่อการกีฬา ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศชาติ ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
หมวดที่ 2 สมาชิกของสมาคม
ข้อ 7. สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
- สมาชิกสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ที่มีการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาสนุ้กเกอร์ด้วย โดยต้องชำระค่าลงทะเบียน 1,200 บาท ค่าบำรุงประจำปี 600 บาท
- สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่ทรงเกียรติ ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการลงมติเชิญให้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคม โดยไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใด
หลักเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการ เกี่ยวกับคุณสมบัติในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการควบคุมสมาคมกีฬาที่ได้กำหนดไว้
ข้อ 8. สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญเริ่มนับแต่วันที่ได้ชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมแล้ว
สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ เริ่มนับแต่เมื่อวันที่หนังสือตอบรับการเป็นสมาชิกของผู้รับเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้มาถึงสมาคมแล้ว
ข้อ 9. สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดเมื่อ
- ตาย
- ลาออก และคณะกรรมการได้พิจารณาให้ออกแล้ว
- ขาดคุณสมบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด หรือโดยผลของกฎหมาย
- ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียต่อสมาคมหรือต่อประเทศชาติ และที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอนชื่อออกจากทะเบียน
- ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือระเบียบของสมาคมเกี่ยวกับการชำระค่าบำรุง หรือการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันที่สมาคมจัดขึ้น หรือในประการอื่นใดที่มีผลให้ขาดจากสมาชิกภาพ
ให้นายทะเบียนประกาศชื่อผู้ขาดจากสมาชิกภาพและจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียน และให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้สมาชิกทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง
ข้อ 10. สมาชิกของสมาคมมีสิทธิดังต่อไปนี้
- มีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
- มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ และมีสิทธิตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม โดยร้องขอเป็นหนังสือต่อนายกสมาคม
- มีสิทธิได้รับประโยชน์และความช่วยเหลือจากสมาคมตามสมควร
- มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมใหญ่ของสมาคม โดยตัวแทนสมาชิกสามัญเท่านั้น ที่มีสิทธิเสนอญัตติและออกเสียงลงมติ รวมทั้งมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมหรือรับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของสมาคม
ในการเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม สมาชิกสามัญจะส่งตัวแทนที่มีอำนาจจัดการของสมาชิกเอง หรือมีหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เกินสองคนและออกเสียงลงมติได้เพียงเสียงเดียวเท่านั้น
- สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันทำหนังสือ แสดงเหตุผลที่สมควรร้องขอให้คณะกรรมการจัดการประชุมใหญ่วิสามัญได้
ข้อ 11. สมาชิกของสมาคมมีหน้าที่
- มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
- มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
- มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคม
- มีหน้าที่เผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป
- สมาชิกสามัญนอกจากหน้าที่อื่นๆ แล้วมีหน้าที่ต้องชำระค่าบำรุงตามข้อบังคับของสมาคมด้วย
หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการของสมาคม
ข้อ 12. ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าบริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 9 คน อย่างมากไม่เกิน 19 คน โดยนายกสมาคมเป็นผู้จัดการสมาคม ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้นายกสมาคมมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการตำแหน่งอื่นๆ จากตัวแทนสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมใหญ่นั้นได้ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการควบคุมสมาคมกีฬาที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งกรรมการของสมาคมมีตำแหน่งหน้าที่โดยสังเขปต่อไปนี้
- นายกสมาคม เป็นผู้จัดการสมาคมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นตัวแทนของสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม รวมทั้งเป็นผู้กำหนดนโยบายให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารของสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย และทำหน้าที่แทนเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้
- เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม
- นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานทะเบียนสมาชิก ทะเบียนประวัตินักกีฬา ตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกและนักกีฬาให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงจากสมาชิก
- เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินการบัญชี บัญชีทรัพย์สินของสมาชิก จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคมและเก็บเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ
- ปฏิคม ทำหน้าที่เกี่ยวกับการต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าจัดเตรียมสถานที่ต่างๆ และเตรียมสถานที่ประชุมของสมาคม
- ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่การดำเนินกิจกรรมและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไปให้เป็นที่แพร่หลาย
ข้อ 13. ให้คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแน่งคราวละ 2 ปี นับแต่วันที่นายกสมาคมได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่
ข้อ 14. ให้นายกสมาคมทำการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการของสมาคมภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ และให้นายกสมาคมคนเก่าส่งมอบงานแก่นายกสมาคมคนใหม่ให้เสร็จภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่เลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่
ข้อ 15. หากกรรมการตำแหน่งว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งตัวแทนของสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น โดยให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของคณะกรรมการชุดนั้น
ถ้านายกสมาคมพ้นตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการเลือกอุปนายกคนหนึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคม และให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระของกรรมการชุดนั้น
ข้อ 16. กรรมการของสมาคมต้องมีคุณสมบัติตามที่ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการควบคุมสมาคมกีฬาที่ได้กำหนดไว้ และกรรมการของสมาคมอาจพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่ออกตามวาระด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- ตาย
- ลาออก
- ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการ
- ที่ประชุมใหญ่มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
- ขาดการประชุม 3 ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันควร หรือรวม 5 ครั้งในวาระของคณะกรรมการชุดนั้น โดยให้เลขาธิการแจ้งให้กรรมการผู้นั้นทราบการพ้นจากตำแหน่งด้วย
ข้อ 17. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ทำเป็นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ 18. อำนาจของกรรมการ มีดังนี้
- มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบนั้นต้องออกโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับฉบับนี้
- มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานได้โดยให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
- มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
- มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
ข้อ 19. หน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้
- มีหน้าที่จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อรายงานการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบนี้
- มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในกิจการของสมาคม ทั้งการเงินและทรัพย์สินต่อสมาชิกและบุคคลภายนอก
- มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวนอย่างน้อย 10 รายได้เข้าชื่อขอเป็นหนังสือให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งในการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
- มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
- มีหน้าที่จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้ทราบ
- มีหน้าที่อื่นๆ ตามข้อบังคับและระเบียบของสมาคม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 20. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม
ข้อ 21. การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงส่วนมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 22. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการในที่ประชุมคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น |