Billiard Sports Association of Thailand
   

Ranking Points

 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Billiard Sports Association of Thailand
 
ความเป็นมา
สืบเนื่องจากคุณสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมสนุกเกอร์แห่งประเทศไทย ได้รับการขอร้องจากมวลสมาชิก ให้รับตำแหน่งประธานสหพันธ์คิวสปอร์ต เอเชียต่อจาก มร. อาลี วาลีกา ชาวปากีสถานที่ครบวาระเมื่อปี 2543 แต่ขณะนั้นคุณสินธุฯยังดำรงตำแหน่ง ประธานสหพันธ์คิวสปอร์ตโลกอยู่ จึงปฏิเสธ ไม่ขอรับตำแหน่งประธานสหพันธ์เอเชีย แต่เมื่อสมาชิกลงมติเป็น เอกฉันท์
คุณสินธุจึงจำเป็นต้องรับตำแหน่งประธานสหพันธ์คิวสปอร์ตเอเชียอีกวาระหนึ่ง หลังจากที่เคยดำรงตำแหน่งมาแล้วเมื่อช่วงปี 2525 - 2526 การที่สมาชิกเอเชียต้องการให้นายกสมาคมสนุกเกอร์แห่งประเทศไทยเป็นประธานสหพันธ์ เนื่องจากคุณสินธุฯ เป็นบุคคลสำคัญที่สมาคมสนุกเกอร์โลก (World Snooker - WS) ให้ความเกรงใจมากที่สุดโดยก่อนหน้านี้ได้เชิญ ให้ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมสนุกเกอร์โลกซึ่งประกอบด้วยกรรมการเพียง 7 คน และคุณสินธุฯ เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหาร ส่งผลให้วงการสนุกเกอร์เอเซียเกิดอย่างเต็มตัว โดยสมาคมสนุกเกอร์อาชีพโลกได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดแข่งขัน และการพัฒนาสนุกเกอร์มาตลอด WS ให้ความสำคัญและช่วยสนับสนุนทางด้านอุปกรณ์ตลอดจนด้านการเงินทำให้เอเชียคึกคักขึ้นมาก นอกจากนี้ยังกระจายรายการสำคัญระดับโลกมาแข่งขันในเอเชียถึง 2 รายการคือ ไชน่า โอเพ่น ที่จีนและ ไทยแลนด์มาสเตอร์ ที่กรุงเทพฯ โดยได้จัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี ทำให้วงการสนุกเกอร์เอเซียตื่นตัวขึ้นมาก เมื่อ 6 ปีก่อน วัฒนา ภู่โอบอ้อม ทำชื่อเสียงให้ชาวเอเชียโด่งดังมาก และในปัจจุบัน มาโก้ ฟู เกาจุน (ฮ่องกง) ก็เป็นดาวจรัสแสงขึ้นมาแทนที่ ดังนั้นวงการสนุกเกอร์เอเชียจึงคึกคัก เพราะมีตัวตายตัวแทนอย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์
สาเหตุสำคัญประการแรกคือนักสนุกเกอร์ทุกชาติ ที่ต้องการพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้าขึ้น ส่วนใหญ่ต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายจำนวนสูงมาก เนื่องจากต้องเดินทางไปฝึกที่ประเทศอังกฤษ เพราะจะต้องเสียค่าเครื่องบินหลายหมื่นบาท แล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าพาหนะ รวมทั้งค่าสมัครแข่งขันด้วย ดังนั้น แต่ละปีนักกีฬาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ ไม่น้อยกว่า 600,000 - 800,000 บาท ซึ่งจะเห็นว่า นอกจากนักกีฬาไทยที่ได้รับความ อนุเคราะห์จากผู้รักกีฬาแขนงนี้ ช่วยกันให้การสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกแล้ว

นักกีฬาจากประเทศอื่นๆ ไม่สามารถที่จะไปทำการฝึกฝนที่ประเทศอังกฤษได้ เนื่องจากสภาวะค่าครองชีพสูง คุณสินธุ พูนศิริวงศ์ จึงได้หารือกับคณะกรรมการของสมาคมสนุกเกอร์โลกเพื่อของบประมาณในการเปิดศูนย์ฝึก เพื่อความเป็นเลิศกีฬาบิลเลียด-สนุกเกอร์ในไทยขึ้น ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรรมการระดับโลกหลายคนจนในที่สุดเป็นมติเอกฉันท์จาก WS อนุมัติให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ฝึกแห่งที่สองต่อจากอังกฤษ โดยมีฐานะเท่าเทียมกับที่อังกฤษ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณปีละ 50,000 ปอนด์ต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นไป

นักกีฬาต่างชาติได้ประโยชน์โดยตรง
หากถามว่าการมีศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นเลิศกีฬาบิลเลียด-สนุกเกอร์ นักกีฬาจะได้ประโยชน์อย่างไร คำตอบคือ นักกีฬาที่เข้าโครงการฝึกอบรมเพื่อความเป็นเลิศของศูนย์ฯ ในประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ หากเป็นชาวต่างชาติจะได้ที่พัก (โรงแรม) พร้อมอาหารเช้า ค่าเบี้ยเลี้ยงและได้เข้ารับการ อบรมฟรี โดยจะเสียเพียงค่าเครื่องบินไป-กลับยังประเทศตนเองเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สมาคม สนุ้กเกอร์แห่งประเทศไทยจะนำเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมสนุกเกอร์โลกมาใช้จ่าย เพื่อให้นักกีฬาสนุกเกอร์เอเซียมี "ศักยภาพ" เทียบเท่ากับการไปฝึกที่ประเทศอังกฤษ โดยจะมีครูฝึกจากประเทศอังกฤษเป็นผู้ให้คำแนะนำ นอกจากนี้จะมีโค้ชชาวไทยคือ นายชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์ (ต่าย พิจิตร) ซึ่งได้รับมอบประกาศเกียรติคุณจากประธานผู้ฝึกสอนของสมาคมสนุกเกอร์โลกคือ มร. เทอร์รี่ กริฟฟิธ รับรองให้เป็น "โค้ชอาชีพ" คนแรกของเอเชีย

เยาวชนได้ฝึกฟรีแต่ผู้ปกครองต้องรับรอง
ศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นเลิศกีฬาบิลเลียด-สนุกเกอร์นี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้นักกีฬาทั่วเอเชียได้มาฝึกซ้อมแล้ว ศูนย์ฯ แห่งนี้ยังเปิดกว้างเพื่อรับเยาวชนไทยที่สนใจกีฬาแขนงนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยจะมี ผู้ฝึกสอนคอยให้คำชี้แจงตลอด แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ปกครองจะต้องนำเด็กมาเข้ารับการฝึกด้วยตนเอง จะเปิดให้การฝึกทุกวันหลังเวลาเลิกเรียนตั้งแต่เวลา 15.00-20.00 น. ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ตั้งแต่เวลา 09.00 น. 19.00 น. โดยใช้สถานที่ฝึกของสมาคมฯ

ผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอนมีส่วนได้ใช้ศูนย์
เป็นที่ทราบกันในหมู่ของกรรมการผู้ตัดสินจากเอเชียว่า ยังมีกรรมการผู้ตัดสินหลายชาติในเอเชียที่รู้กฎ-กติกาการแข่งขันบิลเลียด-สนุกเกอร์น้อยกว่าผู้เล่น จึงเป็นเหตุให้ผู้เล่นที่ชำนาญสามารถตบตากรรมการผู้ตัดสินที่ไม่ทันเกมส์ได้ ดังนั้น ศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นเลิศกีฬาบิลเลียด-สนุกเกอร์ จึงเปิดรับเหล่ากรรมการผู้ตัดสินทุกชาติในเอเชีย เพื่อให้มาทำการอบรมและการสอบเลื่อนชั้นเพื่อทำหน้าที่ตัดสินของสหพันธ์สนุกเกอร์แห่งเอเซีย โดยศูนย์ฯ นี้จะมีกรรมการผู้ตัดสินระดับสูงที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั่วโลก และสามารถออกใบอนุญาตให้ทำหน้าที่ตัดสินทั่วเอเชียได้ดูแลอยู่คือ นายสุรศักดิ์ วีระพงษ์ ประธานผู้ตัดสินของไทยและหนึ่งในกรรมการผู้ตัดสินของเอเชียและโลก
ในส่วนของผู้ฝึกสอนก็เช่นกัน ศูนย์ฯ เปิดโอกาสให้ผู้ฝึกสอนทั่วเอเชียเข้ารับการอบรมจากผู้ฝึกสอนอาชีพของสมาคมสนุกเกอร์โลก ตามมาตรฐานเดียวกับการอบรมผู้ฝึกสอนในประเทศอังกฤษ โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเครื่องบินไป-กลับประเทศตนเองเท่านั้น

สถานที่ตั้งของศูนย์ฝึกฯ
ศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นเลิศกีฬาบิลเลียด-สนุกเกอร์ ตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้าน E-4 สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ใช้งบประมาณในการตกแต่งเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท ประกอบด้วยห้องแข่งขัน 1 ห้อง บริเวณชั้น 2 มีประตูทางเข้า 2 ด้าน จุคนดูได้ประมาณ 160 ที่นั่ง มีที่นั่งให้ สื่อมวลชนเขียนข่าว ประมาณ 12 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีห้องสำหรับตั้งกล้องโทรทัศน์ทีวีเพื่อบันทึกภาพการแข่งขัน และห้องพากย์สำหรับผู้บรรยายเกมส์แข่งขันในช่วงที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวี สถานที่แห่งนี้ได้รับคำชมจากคนทั่วไปว่าเหมาะสมและได้มาตรฐานอย่างยิ่ง นอกจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำแล้วพื้น ยังปูพรมทั้งหมดโดยย่อส่วนมาจากห้องแข่งขันมาตรฐานของโลกที่ใช้สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกคือ "ครูซิเบิลเธียเตอร์" เมืองเชฟฟิลด์ บริเวณชั้นล่างมีห้องสำหรับฝึกซ้อม 2 ห้องใหญ่ แต่ละห้องมีโต๊ะ สนุกเกอร์ 2 โต๊ะ และโต๊ะพูลอีก 2 โต๊ะซึ่งพอเพียงสำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมจากโครงการนี้ สำหรับห้องทำงานของสมาคมสนุกเกอร์แห่งประเทศไทยจะอยู่บริเวณชั้น 2 ตรงข้ามห้องแข่งขัน ภายในนอกจากห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ แล้วยังมีห้องประชุม ห้องรับแขกประดับด้วยภาพถ่ายของคณะกรรมการสมาคมฯ และผู้ให้การสนับสนุนตั้งแต่เริ่มแรก และภาพถ่ายคุณมอริส เคอร์ นายกสมาคมคนแรก, คุณโอภาส เลิศพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขันในอดีต และคุณสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมคนปัจจุบัน พร้อมด้วยภาพถ่ายแชมป์สมัครเล่นโลกอีก 4 คน ได้แก่ วัฒนา ภู่โอบอ้อม, นภดล นภจร, ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์ และศักดิ์ชัย ซิมงาม รวมทั้งภาพถ่ายของอดีตแชมป์เอเชียชาวไทยทุกคนและแชมป์ประเทศไทยแต่ละปีด้วย จุดเด่นของห้องนี้คือ จะมีพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมของ วัฒนา ภู่โอบอ้อม อยู่มุมห้องด้านหนึ่งซึ่งใช้เนื้อที่ไม่มากนักเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำและรำลึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีนักกีฬาสนุกเกอร์ไทยซึ่งเป็นผู้จุดประกายให้วงการสนุกเกอร์เอเชียตื่นตัวจนถึงทุกวันนี้ โดยจะมีอุปกรณ์การแข่งขันของต๋อง ศิษย์ฉ่อย ไม่ว่าจะเป็นคิว ลูกสนุกเกอร์ เสื้อเวสต์ กล่องคิว ฝ้าเช็ดคิว ช็อคฝนหัวคิว และถ้วยรางวัลที่เคยได้รับจากการแข่งขัน (บางส่วน) ตั้งโชว์เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เยาวชนที่สนใจให้มีความเพียรพยายามในการฝึกฝน เพื่อให้โดดเด่นเช่นเดียวกับวัฒนา ภู่โอบอ้อม ไอ้หนุ่มไทยที่อยู่ในหัวใจของคนในวงการสนุกเกอร์ตลอดไป